กลเม็ดเคล็ดลับหลัก 3 ประการ เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง

เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง
เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง

กลเม็ดเคล็ดลับหลัก 3 ประการ เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง

กับคำถาม…การจะเป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง เป็นตัวแทนจำหน่าย สมัยนี้ไม่ยากเลย เพราะมีแบรนด์หลายแบรนด์และร้านค้าหลากหลายร้านต้องการตัวแทนมาช่วยขายสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งสินค้าก็หลากหลายมาก มีตั้งแต่สินค้าในกระแสไปจนถึงสินค้าใช้ประจำวัน สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง สินค้าเกษตร สินค้าไอที หรือแม้แต่ร้านขายเพชร ขายทอง ก็ยังต้องการตัวแทนจำหน่าย ส่วนใหญ่ตัวแทนจะสามารถเลือกได้ว่าต้องการสต็อก หรือ ไม่สต็อกสินค้า ซึ่งหลายร้านค้าหรือในหลายธุรกิจ โดยธรรมชาติของมัน ตัวแทนก็ไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าใดๆ ตัวแทนทำหน้าที่เพียงโพสต์ขายสินค้า หรือ ชี้เป้าให้ร้านค้าเท่านั้น
การเริ่มต้นเป็นตัวแทนนั้นไม่ยาก เท่ากับการเป็นตัวแทนที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่องจนไปถึงร่ำรวยได้ ซึ่งหลังจากที่ผู้เขียนศึกษา ทดลองทำ จนได้ตกผลึกมาออกมาเป็น 3 ปัจจัยหลัก ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง นั่นก็คือ 1. ตัวสินค้า 2. ร้านค้าหรือแบรนด์ 3. ตัวของตัวแทนเอง

เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง #1 : ตัวสินค้า

ธรรมชาติของสินค้า

เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง เรื่องของสินค้าสำคัญมาก อย่างแรก ก่อนที่ตัวแทนจะสมัครเป็นตัวแทนขายกับร้านค้าหรือแบรนด์ใด ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของสินค้านั้น ๆก่อนว่าสินค้าเป็นแบบใด เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายได้เรื่อย ๆ ใช้หมดแล้วมีการซื้อซ้ำเป็นประจำ เช่น ข้าวสาร น้ำยาทำความสะอาดบ้าน หรือ เป็นสินค้าในกระแส เช่น ครีม สบู่ อาหารเสริมของดาราเซเลป

แบบแรกโดยธรรมชาติของตัวสินค้าก็คือ จะกำไรต่อชิ้นน้อย แต่จะมีการสั่งซื้อซ้ำๆ เรื่อยๆ ถ้าเราสามารถสร้างฐานลูกค้าได้ใหญ่พอ แล้วเรามีการบริการที่ดี เราก็จะสามารถหารายได้จากทางนี้ได้ยาวๆ แตกต่างจากแบบที่สอง สินค้าในกระแส สินค้าจะออกไว ขายง่าย เพราะส่วนใหญ่ทางร้านค้าหรือแบรนด์จะทำการตลาดมาดี แต่ตัวแทนก็ต้องพยายามจับกระแสให้ทัน มิฉะนั้นก็อาจจเกิดการติดของได้ แล้วต้องรีบเปลี่ยนตัวสินค้าขายเมื่อกระแสหมด หรือจะเป็นสินค้าขายยากอย่าง ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ขายรถยนต์ สินค้าประเภทนี้ขายยากกว่าก็จริง แต่ถ้าขายได้ ค่าตอบแทนก็จะดีกว่ามาก

สิ่งที่ตัวแทนควรนำมาพิจาราณาว่าควรจะขายสินค้าแบบไหนก็คือ

1. เวลา ถามตัวเองก่อนว่า เรามีเวลามากขนาดไหน มีเวลาโพสต์หรือเปล่า มีเวลาตอบคำถามลูกค้ามากไหม ถ้ามีมากเราอาจเลือกขายสินค้าที่อยู่ในกระแสได้ เน้นขายเร็ว ตอบเร็ว ส่งเร็ว ทำยอดขายได้

2. สินค้าจำเป็นต้องสต๊อกไหม ถ้าเป็นสินค้าที่มีการสต๊อกได้ โดยปกติการเป็นตัวแทนแบบสต๊อกสินค้าจะกำไรดีกว่า สร้างฐานลูกค้าได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางด้านการเงินของตัวแทนด้วย

3. ความชอบความเข้าใจในตัวสินค้า เราควรเลือกสินค้าที่เรามีความชอบหรือความเข้าใจหรืออิน กับสินค้านั้น เพราะถ้าแม้แต่เราที่เป็นผู้ขายไม่เคยแม้แต่ใช้ หรือไม่ชอบ ไม่อิน มันก็ยากที่จะขายสิ่งที่เราไม่ชอบไม่ใช้ไม่อินให้คนอื่นได้ ตัวแทนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ จะเป็นคนอินกับสินค้านั้นมาก ๆ คือใช้เอง ลองเอง รีวิวเอง เห็นผลเอง แบบนี้ลูกค้าจะเชื่อ เทียบกับตัวแทนที่่ก็อปปี้รูป ก็อปปี้แคปชั่นจากร้านค้ามาวาง ยอดขายที่ได้จะคนละเรื่อง แล้วที่สำคัญ หากตัวแทนเพิ่งเริ่มขายสินค้า ข้อแนะนำคือ ต้องเริ่มขายสินค้าทีละอย่าง อย่าจับสินค้าหลายๆอย่างในทีเดียว มันจะทำให้เราขาดการโฟกัส กลายเป็นตัวแทนขายที่จับฉ่าย ไม่มีความรู้จริงในสินค้าสักอย่าง ลูกค้าก็จะไม่เชื่อ สินค้าที่ตัวแทนควรเลือกมาขายคือ ต้องเป็นสินค้าที่ตัวแทนเชื่อว่าดีจริง ๆ

คุณภาพสินค้า

ตัวคุณภาพสินค้า สำคัญมาก ขีดเส้นใต้หนาๆ 3 เส้น สินค้าที่ตัวแทนเลือกมาขาย ต้องเป็นสินค้าที่เหมาะสมกับคุณภาพ เหมาะสมกับลูกค้าเรา ซึ่งในที่นี้ไม่เกี่ยวกับราคา เพราะแท้จริงแล้ว คำว่าแพง หรือ ไม่แพง จะขึ้นอยู่กับว่าเราขายสินค้านั้นให้กับใคร แล้วความคาดหวังในตัวสินค้านั้นสูงมากแค่ไหน ซึ่งก็แน่นอนว่า ถ้าเราขายสินค้าที่มีราคา เช่น ครีมกระปุกละ 2,000 บาท ความคาดหวังของลูกค้าเราก็ต้องสูงกว่า ลูกค้าที่ซื้อครีมกระปุกละ 199 ถ้าลูกค้าซื้อครีมเราซึ่งขายกระปุกละ 2,000 บาท แต่คุณภาพเหมือน 199 แน่นอนล่ะ ลูกค้าก็จะบอกว่าแพง ใช้แล้วไม่รู้สึกคุ้ม จะรู้สึกว่าสินค้าคุณภาพแย่ ลูกค้าก็จะซื้อสินค้าจากตัวแทนแค่ครั้งเดียว เผลอๆอาจจะบอกต่อไปในทางที่ไม่ดี ตั้งกระทู้โจมตีใน Pantip ใน Social Network เพราะคุณภาพมันไม่ได้ตามที่เค้าคาดหวัง ในทางกลับกันถ้าสินค้าดีเกินความคาดหมาย ลูกค้าก็จะรู้สึกว่ามันถูก คุ้มราคา ก็จะกลับมาซื้อใหม่ เพราะฉะนั้น ก่อนจะเลือกขายสินค้าอะไร ให้ตั้งคำถามก่อนเลยว่า จะขายใคร แล้วคนกลุ่มนั้นมีงบที่เท่าไหร่ แล้วตัวแทนก็ต้องลองใช้เอง แล้วถามตัวเองดูว่า เรารู้สึกว่ามันดีไหม มันคุ้มกับที่คาดหวังไหม ถ้าเราตอบตัวเองได้ ว่ามันดี ฉันจะซื้อใช้อีกรอบ แปลว่า มันดีจริงในสายตาของเราแล้ว แล้วที่นี้ เราจะขายได้ง่ายขึ้น เพราะเราเคยใช้ เราอิน การขายจะไม่ต้องพยายามมาก ไม่ต้องเฟค เพราะมันมาจากสิ่งที่เรารู้สึก

เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง #2 : ร้านค้าหรือแบรนด์ที่ตัวแทนเลือก

เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง การจะเลือกร้านค้าหรือแบรนด์ใดเพื่อสมัครเป็นตัวแทนเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ตัวแทนควรนำมาก็คือ

มีความจริงใจในการดูแลตัวแทน

ร้านค้าที่มีความจริงใจในการดูแลตัวแทน จะตระหนักดีอยู่แล้วว่า ตัวแทนก็เหมือนแขนขาที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด ยิ่งดูแลตัวแทนดี ก็ยิ่งเป็นการดูแลธุรกิจให้ดี ซึ่งตรงนี้ดูง่ายมาก ก่อนที่จะเลือกร้านค้าหรือแบรนด์ที่จะสมัครเป็นตัวแทน ตัวแทนควรมีการพูดคุยสอบถามถึงผลตอบแทน ลักษณะการสั่งสินค้า การสต็อกสินค้า การจัดส่งสินค้า โปรโมชั่น ต่าง ๆให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วดูว่าทางร้านค้ามีการพูดจาอย่างไร บริการดีไหม ตอบคำถามเร็วทันใจหรือไม่ ถ้าคุณรู้สึกว่าร้านค้าตั้งใจตอบคำถาม แก้ปัญหาข้อสงสัยให้คุณได้ เป็นอันผ่านขั้นแรก

มี “Passion” ในการทำธุรกิจ

ขั้นสอง ดูว่าร้านค้าหรือแบรนด์ที่ดีควรมีความอยากนำพาธุรกิจให้เจริญก้าวหน้า มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต มีการทำการตลาดให้ทั้งฝั่งตัวแทนและฝั่งลูกค้า เพื่อให้เมื่อตัวแทนรับสินค้าไปแล้ว ตัวแทนจะสามารถจำหน่ายต่อได้อย่างไม่ยาก มีการรับประกันสินค้า และร้านค้าควรมีการสร้างระบบผลตอบแทนที่ดีให้กับตัวแทน มีการจัดโปรโมชั่น รับของรางวัล มีการดูแลตัวแทน ไม่เทสินค้าตัดราคาตัวแทน มีการคุมตัวแทนแต่ละส่วนอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดการตัดราคากันเอง

มีตัวตนพิสูจน์ได้

ขั้นสาม ร้านค้าหรือแบรนด์นั้น ๆต้องมีตัวตนพิสูจน์ได้ อาจไม่ต้องถึงกับมีการจัดตั้งเป็นบริษัท อาจพอมีหน้าร้านให้ตัวแทนเข้าไปดูสินค้าก่อนได้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรมีเพจ หรือเว็บไซต์ที่มีการเปิดมานานแล้วประมาณหนึ่ง เพื่อให้รู้ว่าร้านค้าเปิดขึ้นมาเพื่อตั้งใจทำมาหากิน ไม่ได้เปิดมาเพื่อหลอกลวงใคร

เป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง #3 : ตัวแทนจำหน่ายเอง

ใน 3 ข้อที่กล่าวมา ข้อนี้สำคัญสุด การที่ตัวแทนจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ได้นั้น ขึ้นอยู่กับตัวแทนเองว่ามีความจริงใจในการขายสินค้า มีความพยายาม มานะ ตั้งใจเรียนรู้ บากบั่น มากขนาดไหน หลักการมีง่ายๆ 3 ข้อ ทำวนไป คือ 1. ตั้งเป้าหมาย 2. หาวิธีไปให้ถึง 3. ทำซ้ำโดยเขยิบเป้าให้สูงกว่าเดิม

หลังจากที่ตัวแทนเลือกร้านค้าและสินค้าได้แล้ว ลองซื้อสินค้ามาใช้เองแล้ว อินกับสินค้าแล้ว แต่ยังไม่รู้จะขายยังไง

ขั้นแรก ตั้งเป้าหมาย

ให้เราตั้งเป้าหมายเอาไว้เลยว่าเราจะมียอดขายหรือจะขายสินค้าได้ในจำนวนเท่าไหร่ แล้วกำหนดระยะเวลาเข้าไปด้วย เช่นว่า เดือนนี้ ฉันจะขายครีมให้ได้ 10 กระปุก

ขั้นที่สอง หาวิธีไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

เมื่อเราตั้งเป้าหมายแล้ว ให้เราหาวิธีที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น ซึ่งก็ง่ายๆ ให้เราไปดูคนที่ขายได้เกิน 10 กระปุกต่อเดือน ดูว่าเขามีวิธีการคิดอย่างไร ทำอย่างไร โพสต์ขายสินค้าอย่างไร เขียนแคปชั่นอย่างไร แล้วพยายามทำตามเขาไปก่อนในช่วงแรก ค่อยๆแก้ไข แล้วปรับปรุงในแบบของเราเอง

ขั้นที่สาม ตั้งเป้าหมายให้สูงกว่าเดิม

และเมื่อเราทำเป้าหมายแรกสำเร็จ เดือนต่อไปเราก็ตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้น เช่น เดือนนี้ฉันจะขายครีมให้ได้ 20 กระปุก ก็ทำแบบเดิมอีก เราก็ไปดูว่าคนที่เข้าขายครีมมมากกว่า 20 กระปุกต่อเดือน เขาคิดอย่างไร ทำอย่างไร ให้เราตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ ทำอย่างนี้วนไปเรื่อยๆ เป้าเราก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่กล่าวมา การจะเป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง แน่นอน ทุกอย่าง ไม่มีคำว่าง่าย ตัวแทนต้องมีความอดทน ขยัน พยายามบากบั่น ถึงจะได้มา แต่โชคดีสมัยนี้มี Social Network, YouTube ที่เป็นคลังความรู้สอนวิชาเราแบบง่ายๆ มีผู้คนมากมายออกมามอบความรู้และแชร์ประสบการณ์ให้เราแบบฟรีๆ มีที่ให้เราไปตามรอยความสำเร็จ แกะความความคิดได้มากมาย หน้าที่ของเราคือ กำหนดเป้าหมาย หาวิธีไปให้ถึง ใส่ความกระตือรือร้น ความพยายาม มานะ บากบั่น ลงไป แค่นี้เส้นทางในการเป็นตัวแทนขายที่ประสบความสำเร็จก็จะปรากฏชัดขึ้นๆอย่างแน่นอน

การเป็นตัวแทนจำหน่ายยังไงให้รุ่ง การเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายนั้นไม่ยาก แต่การเป็นให้รุ่งนั้นยากกว่า กลเม็ดเคล็ดลับง่ายๆที่สามารถใช้เป็นหลักยึดได้ 1. เลือกสินค้าที่ชอบที่เข้าใจ ลองใช้ แล้วอินกับมัน จนรู้สึกว่าอยากจะกลับไปซื้อซ้ำอีก 2. เลือกร้านค้าที่มีความจริงใจในการร่วมธุรกิจกับตัวแทน เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่เอาเปรียบ 3. พัฒนาตัวเอง ตั้งเป้าหมาย หาวิธีไปให้ถึงโดยดูจากคนที่เคยทำสำเร็จ ง่ายๆ แค่นี้ คำว่า รุ่ง ไม่หนีไปไหนแน่นอนค่ะ 🙂

อ่านต่อ>>> 10 เทคนิคขายดีบนเฟสบุ๊ค…ในวันที่เพจมีเป็นล้าน…ด้วยเงิน0บาท


กดไลค์เพจ และ ตั้ง See First บทความจากเราได้ที่ www.facebook.com/salesmatchup

แอดไลน์ เพื่อติดตามข่าวสารต่างได้ที่ @salesmatchup หรือ https://line.me/R/ti/p/%40mgc8853r