12 ขั้นตอน ขายของออนไลน์ ให้ยอดปัง ตังค์มาเอง 2018

ขายของออนไลน์

12 ขั้นตอน ขายของออนไลน์ ให้ยอดปัง ตังค์มาเอง 2018

สมัยนี้การขายของออนไลน์ การเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เป็นอาชีพที่เริ่มไม่ยาก สามารถทำเป็นอาชีพเสริม หารายได้เสริมได้จริง หลายคนประสบความสำเร็จจากการขายของออนไลน์ จนสามารถลาออกจากงานประจำ แล้วยึดอาชีพขายของออนไลน์เป็นหลักได้เลย

หากเรายังเป็นคนที่ยังไม่เคยขายสินค้าออนไลน์เลย ก็อย่าเพิ่งท้อหรือกลัวมัน เพราะอันที่จริงแล้ว การขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จมันก็มีขั้นตอน มีกระบวนการที่ไม่ว่าจะหน้าใหม่ หน้าเก่ามีเก่าก็พอยึดเป็นหลักทำตามไปได้อยู่

ขั้นตอนที่ 1 ในการขายของออนไลน์ : เตรียมใจ เตรียมเวลา

การเริ่มขายของออนไลน์ไม่ยากค่ะ ใครๆก็เริ่มทำกันได้ แต่การจะ…ขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ยอดขายปังๆ นั้น แอดมินบอกเลยว่า ก็ไม่ง่ายค่ะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความตั้งใจ

ก่อนที่เราจะเริ่มขายของออนไลน์นั้น แอดมินว่า สิ่งแรกที่เราควรจะต้องทำ คือ เราต้องเตรียมใจ ปรับทัศนคติ กันเสียก่อน หลายคนมีความคิดที่ อยากรวยเร็วๆ ขอเหนื่อยน้อยๆ แต่ได้เงินมากๆ  ซึ่งถ้างานแบบนี้ หรือ ขายสินค้าแบบนี้มันมีจริง ทุกคนก็คงรวยกันไปหมดแล้ว

การที่เราอยากได้เงินมากๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะคะ แต่เราต้องเตรียมใจ ปรับทัศนคติของเราเอาไว้ก่อนเลยว่า การที่เราอยากรวยหรือขายดีกว่าคนอื่นนั้น มันก็ต้องแลกมาด้วยการที่เราทำงานหนักกว่าคนอื่น ใช้เวลาศึกษาหาความรู้ ทดลองทำ แก้ไข ปรับปรุง คิดทำสิ่งใหม่มากกว่าคนอื่นนะคะ ถ้าเราทำวิธีเดียวกัน และ ขยันเท่ากันกับคนอื่น แล้วผลลัพธ์ เราอยากได้มากกว่า มันก็คงจะแปลกใช่ไหมคะ 🙂

แล้วนอกจากการเตรียมใจแล้ว เรายังจะต้อง “เตรียมเวลา” ค่ะ แอดมินว่า เราส่วนใหญ่ที่อยากขายของออนไลน์ น่าจะมีงานประจำทำกันอยู่แล้ว เราอาจจะเป็น นักเรียน นักศึกษา แม่บ้าน พนักงานออฟฟิต ที่วันๆ เราก็มีสิ่งที่เราต้องทำ และ ให้ความสนใจมากพออยู่แล้ว

เพราะฉะนั้น การขายของออนไลน์เป็นสิ่งที่เพิ่มมา นอกเหนือจากสิ่งยุ่งเหยิงมากมายที่เราต้องทำในชีวิตประจำวัน มันจึงต้องการคนที่ขยัน อดทน และ มีวินัย มากในการที่จะทำให้สำเร็จ ถ้าเราแบ่งเวลาได้ แบ่งเวลาเป็น รู้จักจัดการการงานของเรา ไม่ใช่ว่าตอบลูกค้าช้า ส่งของไม่ตรงเวลา ลูกค้าทักแชทแล้วไม่ตอบ แล้วอ้างว่าเป็นเพราะเราไม่มีเวลา ซึ่งจริงๆแล้ว มันอาจเป็นเพราะเราไม่เตรียมเวลาให้มัน แล้วถ้าเป็นเช่นนี้ มันก็คงจะยากที่เราจะประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์ได้

ขั้นตอนที่ 2 ในการขายของออนไลน์ : เตรียม เงินทุน ให้พอ ค่าใช้จ่าย ต่างๆ เผื่อไว้ยาวๆ

การขายของออนไลน์ นอกจากค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าแล้ว ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จแบบยอดขายปังๆ เราก็ควรจะต้องเตรียมงบเอาให้สายป่านเรายาวออกไปสักหน่อย ไม่ใช่ว่าเงินร้อน มีเงินทำแค่ 3 เดือน ถ้าไม่ปังก็เจ๊งอะไรแบบนี้ อย่างนี้ไม่เอาค่ะ

ค่าใช้จ่ายที่จะมีในการขายของออนไลน์ ถ้าเราอยากจะเอาจริงเอาจังกับทางนี้ ก็จะมี ค่าบริการใช้เว็บสำเร็จรูป ประมาณปีละ 1,000 บาท ค่าโดเมนเนม 250 บาท

และเราควรแบ่งค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดออกมาให้ชัดเจนเป็นเดือนๆด้วย ในการที่เมื่อเรามีแฟนเพจ หรือ มีเว็บไซต์แล้ว เราต้องทำการโปรโมท ไม่ว่าจะผ่านทาง Facebook หรือ Google เพื่อเป็นการดึงให้ลูกค้าเข้าร้านเราให้ได้

ขั้นตอนที่ 3 ในการขายของออนไลน์ : หาสินค้าไปขาย

การขายของออนไลน์ ในส่วนที่ว่าเราจะหาแหล่งที่เราจะไปเอาสินค้ามาขาย ถ้าโดยส่วนใหญ่ของสินค้าที่เราเห็นกันทั่วไป ร้านค้าก็จะไปรับกันมาจากประเทศจีน ซึ่งในสมัยนี้ เราก็ไม่ต้องไปเองไกลถึงเมืองจีนหรอกค่ะ เราสามารถเข้าไปในเว็บ TAOBAO / TMALL / 1688 เพื่อเข้าไปหาดูสินค้าที่เราสนใจจะนำมาขายได้ค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น เว็บไซต์ที่กล่าวมา จะเป็นภาษาจีนทั้งหมด แต่เราสามารถใช้ Google Translate ใน Google Chrome เพื่อแปลภาษาได้ค่ะ หรือถ้าเราต้องการดูเว็บไซต์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ก็เข้าไปหาซื้อสินค้าได้ที่ Alibaba ก็เข้าใจง่ายดีค่ะ หรือเราจะลองใช้บริการรับสั่งสินค้าจากจีนก็ง่ายดีค่ะ มีคนที่รู้เรื่องจัดการให้เราเสร็จ เราเพียงแค่จ่ายค่าธรรมเนียมในการใช้บริการนิดหน่อยเท่านั้นเอง

แต่ถ้าง่ายกว่านั้น แอดมินแนะนำให้เราลองสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายของร้านค้าที่มีสินค้า ที่เราเห็นแล้วว่าน่าเชื่อถือ และ สินค้านั้นเรามองเห็นแววแล้วว่า น่าจะขายได้ ซึ่งการสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายก็ไม่ยากเย็นอะไร เพียงแค่เราเข้าไปในเว็บ www.salesmatchup.com แหล่งรวมร้านค้า รับสมัครตัวแทนจำหน่ายอิสระ จะปรากฏร้านค้ามากมายที่ต้องการตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจะมีทั้งแบบที่เราต้องสต๊อกสินค้า และ ไม่ต้องสต๊อกสินค้า เราก็สามารถเลือกได้ตามความชอบของเราค่ะ

ขั้นตอนที่ 4 ในการขายของออนไลน์ : สร้างเพจเฟสบุ๊ค

เมื่อเรามีสินค้าที่เราจะขายแล้ว สิ่งที่เราทำต่อมา คือ เราต้องทำให้ลูกค้ารู้จักเรา และ เจอเราให้ได้ ลูกค้าจะรู้จักและเจอเราได้ เราก็ต้องมีหน้าร้าน หรือที่ที่จะให้เค้าเข้ามาเห็นสินค้าเราให้ได้ก่อน สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือ การสร้างเพจในเฟสบุ๊คนั่นเอง เพราะเพจเฟสบุ๊คสร้างง่ายและฟรี

การที่เราจะสร้างเพจที่ดีนั้น เราก็ควรจะสร้างให้ถูกหลักการค้นหาของเฟสบุ๊ค เพื่อที่ลูกค้าเราจะได้หาเราเจอได้ง่ายๆค่ะ อ่านต่อ >>> 6 ขั้นตอนง่ายๆ สร้างเพจขายของบนเฟสบุ๊ค ภายใน1นาที อ่านต่อ >>> 5 เทคนิคลัด สร้างยอดขายด้วยเงิน0บาท ทำให้ลูกค้าเจอเราอันดับแรก ในการค้นหาเพจบนเฟสบุ๊ค

ขั้นตอนที่ 5 ในการขายของออนไลน์ : สร้าง Line@

Line@ เป็นสิ่งที่ร้านค้าต้องมี ข้อดีของ Line@ คือ เราสามารถบรอดแคสท์ข้อความของเราไปถึงผู้ติดตามได้ทุกคน ซึ่งหากใน Line@ ของเรายังมีคนอยู่ไม่มาก เราก็อาจเลือกใช้งานฟรี ซึ่งบรอดแคสต์ได้ถึง 1,000 ข้อความต่อเดือน หรือ ซื้อแพกเกจ Starter ถ้าเรามีผู้ติดตามไม่ถึง 200 คน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 200 บาทต่อเดือนเท่านั้น และเรายังสามารถตั้งชื่อ Line@ ตามชื่อร้านได้อย่างที่เราต้องการด้วย

ต่างจากการใช้ Line ส่วนตัว ถึงแม้ว่าจะ ฟรี และสามารถเพิ่มเพื่อนได้ถึง 5,000 คน แต่ Line ส่วนตัวก็มีข้อจำกัดหลายอย่างมากในการที่เราจะนำมาใช้ในการขายของออนไลน์ นั่นก็คือ เราจะไม่สามารถแยกเรื่องส่วนตัว กับ เรื่องงานออกจากกันได้ ไลน์เราจะรกๆ และมั่วๆ หาแชทที่แชทค้างไว้กับลูกค้าจะยาก และถึงแม้บางคนเลือกที่จะมีไลน์หลายๆอัน แต่ก็จะลำบากตรงที่ เราต้องเปิดเบอร์โทรศัพท์เพิ่มใหม่อีกเบอร์เพื่อที่จะสร้างบัญชีไลน์ได้อีกอัน

บางร้าน แก้ปัญหาโดยการที่เปิดให้ลูกค้า หรือ ตัวแทนจำหน่าย แอดไลน์ส่วนตัวมาก่อน แล้วค่อยดึงค่อยกรุ๊ปขายของอีกทีหนึ่ง วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่นิยมกัน เพราะว่าง่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องอย่าลืมว่า ลูกค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ในกรุ๊ปก็จะเห็นกันและกันด้วย เราจะควบคุมให้คนแต่ละคน คุยกันทักกัน แลกเปลี่ยนความเห็นกันไม่ได้ หรือ แม้แต่ห้ามไม่ได้กับคนที่แฝงเข้ากรุ๊ปตัวแทนมาเพียงเพื่อจะดึงคนออกและมาเข้ากรุ๊ปของตนเอง

ดังนั้น แอดมินว่า การที่เราสร้าง Line@ แล้วสร้างฐานลูกค้า ฐานตัวแทนจำหน่ายของเรา แบบมืออาชีพ เริ่มทำในครั้งเดียวไปเลย ดีกว่าการตามแก้ปัญหาทีหลังน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 ในการขายของออนไลน์ : สร้างเว็บไซต์

ถ้าเราคิดจะเอาจริงเอาจังกับการขายของออนไลน์แล้ว แอดมินแนะนำ ให้เราสร้างเถอะ เว็บไซต์ สมัยนี้การสร้างเว็บไซต์นั้น ไม่ยากเลยค่ะ เพราะในตลาด มีเว็บไซต์สำเร็จรูปให้เราเลือกใช้มากมาย แอดมินแนะนำ www.lnwshop.com/shop หรือ www.sabuyjaishop.com  ที่มีหน้าตาเว็บไซต์สวยงาม ระบบใช้งานง่าย ให้เรายอมใช้แบบแพกเกจแบบเสียตังค์ เพราะเราจะได้ฟีเจอร์ที่ทำให้ร้านค้าออนไลน์ของเราดูดีและดูน่าเชื่อถือขึ้นมากกว่า ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ก็ประมาณหนึ่งพันบาทต่อปีเท่านั้นเอง (เดือนละไม่ถึง 100 บาท) หลังจากนั้นให้เราเลือกจดโดเมนเนมที่เป็นชื่อร้านของเราค่ะ

ถ้าถามว่า ทำไมเราจำเป็นจะต้องมีเว็บไซต์ด้วยหรือ? ใช้แค่แฟนเพจเฟสบุ๊คไม่ได้เหรอ? คือ มันก็พอได้ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่า เฟสบุ๊คนั้น อัลกอริทึ่มเปลี่ยนตลอดเวลา บวกกับ การแสดงผลของเฟสบุ๊คในหน้าเพจ เรายังไม่สามารถควบคุม การจัดวางสิ่งที่เราต้องการให้ลูกค้าเห็นได้อย่างเป็นสัดส่วน ยังไม่รวมถึง ความน่าเชื่อถือต่างๆ ที่เว็บไซต์ให้ได้มากกว่าด้วยค่ะ

ขั้นตอนที่ 7 ในการขายของออนไลน์ : สร้าง Traffic

หลังจากที่เรามีเว็บไซต์แล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไรกับมันต่อเลย มันจะกลายเป็นเว็บไซต์ร้างค่ะ คือ เว็บไซต์ที่ไม่มีคนเข้านั่นเอง มันก็คล้ายๆกับเราไปเปิดร้านขายของในซอยเปลี่ยว ถ้าเราไม่ตัดถนน ติดป้ายบอกคนเค้าสักหน่อย ไม่มีทางหรอกค่ะ ที่คนเค้าจะบังเอิญผ่านมาเจอ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องทำหลังจากมีเว็บไซต์แล้ว คือ การสร้าง Traffic ให้เว็บไซต์เราค่ะ

การสร้าง Traffic เข้าเว็บไซต์ หลักๆ เราทำได้ 2 วิธีค่ะ 1. การทำ SEO 2.การโฆษณา AdWords ซึ่ง 2 วิธีนี้ลูกค้าจะเข้าเว็บไซต์เรามาจาก Google Search Engine ค่ะ

ข้อดีของการทำ SEO คือ ฟรี ค่ะ หากเราสามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้ค้นหาในคีย์เวิร์ดได้ Google ก็จะตอบแทนเราโดยการ rank เว็บไซต์เราให้อยู่ในอันดับต้นๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึง Traffic มหาศาลที่ไม่ต้องเสียเงิน และนั่นก็อาจหมายถึงยอดขายของเราด้วย แต่ข้อเสียของการทำ SEO คือ มันไม่ง่ายค่ะ และกินเวลานานมาก แต่ถ้าเว็บไซต์เราติดอันดับแล้ว เราก็กินกับมันไปได้ยาวๆเลยค่ะ

ข้อดีของการทำ Google AdWords คือ เราสามารถขึ้นเป็นอันดับต้นๆได้ทันที โดยการ bid กับคู่แข่ง และเสียเงินให้ Google เราอาจได้ยอดขายทันที โดยที่ไม่ต้องรอให้เว็บไซต์เราติดอันดับใด แต่ก็มีข้อเสีย คือ ในระยะยาว ค่าใช้จ่ายสูงค่ะ เพราะเราต้อง bid แข่งกับเจ้าอื่นที่ซื้อคีย์เวิร์ดคำเดียวกับเรา และ เอาจริงๆ แล้ว คนที่ทำโฆษณา Google AdWords เป็นจริงๆก็มีน้อยอยู่มากค่ะ ถ้าเราจะทำแบบมีประสิทธิภาพ เราอาจจะต้องไปจ้างคนอื่นทำ ซึ่งก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายเราอีก

ขั้นตอนที่ 8 ในการขายของออนไลน์ : ยิงแอด Facebook

การยิงแอดใน Facebook เป็นสิ่งสำคัญที่คนที่อยากขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จควรทำให้เป็น เพราะการยิงแอดเป็นการทำให้คนรู้จักร้านเรา สินค้าเรา หรือแม้แต่เป็นการทำให้คนที่เคยเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือ เพจของเรา กลับมาซื้อสินค้าเราได้

เพราะตามลักษณะการซื้อสินค้าของคนทั่วไป ถึงแม้ว่าจะเป็นสินค้าที่อยากได้ คนส่วนใหญ่จะไม่สั่งซื้อเลยในครั้งแรกที่เห็น การทำการ Remarketing คนที่เคยเยี่ยมชมจึงเป็นกุญแจขั้นพื้นฐานของการทำยอดจากการทำการตลาดออนไลน์เลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งการ Remarketing ที่ทรงพลังมากที่สุดในยุคนี้ ก็คือ การโฆษณาผ่าน Facebook นี่แหละค่ะ

และสำหรับการตลาดออนไลน์ในยุคนี้ พ่อค้าแม่ค้าถ้าอยากได้ยอดขายเพิ่มขึ้น และ ปิดการขายที่ง่ายขึ้น อาจต้องมีการทำ Facebook Live เพื่อขายของไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ขายเสื้อผ้าออนไลน์ ข้อดีของการทำ Live ขายของ คือ การได้ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วม กระตุ้นการเกิดอารมณ์ร่วมและความอยากได้มากขึ้น ร้านค้าปิดการขายง่าย ประหยัดเวลา เพราะไม่ต้องไล่ตามตอบแชททีละคน อ่านต่อ>> 5 วิธี ง่ายๆ เริ่มต้นขายเสื้อผ้าออนไลน์อยู่บ้าน

ขั้นตอนที่ 9 ในการขายของออนไลน์ : ขายใน Marketplace ก็ได้นะ

การขายสินค้าออนไลน์ใน Marketplace ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Lazada Shopee 11-Street หรือถ้าเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นก็ Looksi เราสามารถสมัครเป็นผู้ขาย และลงขายสินค้าได้ง่ายๆ แต่ข้อควรตระหนักอย่างหนึ่งก็คือว่า Marketplace เหล่านี้ จะการันตีการคืนสินค้าให้ลูกค้า เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมีการจัดการสต๊อก จัดการสินค้าที่ดี และก็ต้องทำใจด้วยค่ะ ว่าจะมีการตีสินค้ากลับแน่นอน แต่ถ้าสินค้าเราคุณภาพดี พอใช้ได้ ราคาไม่แพงเกินไป คนส่วนใหญ่จะไม่อยากที่จะส่งสินค้ากลับหรอกค่ะ หรือถ้ามี ก็จะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับยอดการสั่งซื้อค่ะ

ขั้นตอนที่ 10 ในการขายของออนไลน์ : Content is ALWAYS the KING

Content is ALWAYS the KING คำนี้ไม่เคยเปลี่ยนค่ะ Content ที่ว่านี่ ไม่ได้หมายถึง Content ที่ให้ความรู้ให้คุณค่าเพียงอย่างเดียวนะคะ ในที่นี้หมายความตั้งแต่ รูปถ่ายสินค้าที่เราถ่ายเราใช้ หรือ วีดีโอ การเขียนแคปชั่น ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่า สินค้าของเรานั้นน่าสนใจขนาดไหน เพราะแม้ว่าเราจะมีสินค้าที่ดีมาก แต่เราใช้รูปไม่สวย ไม่มีวิธีสอนใช้งาน ทำวีดีโอไม่เป็น เขียนแคปชั่นขายของได้ห่วย เราก็อาจจะขายไม่ได้เลยค่ะ แต่ข่าวดีก็คือ ของอย่างนี้ ฝึกกันได้ค่ะ รูปถ่ายไม่สวย ก็ฝึกหรือจ้าง จนทำให้สวยได้ วีดีโอ ทำไม่เป็น ก็ฝึกได้ แคปชั่น เขียนไม่โดน ก็ฝึกเขียนให้โดนได้เช่นกันค่ะ

ขั้นตอนที่ 11 ในการขายของออนไลน์ : รีวิว คือ พระเจ้า

รีวิวการใช้งานจากผู้ใช้จริงเป็นสิ่งที่ทรงอิทธิพลมากในยุคนี้ ธุรกิจระดับโลกอย่าง Airbnb หรือ Marketplace ใหญ่ๆอย่าง Amazon Lazada Shopee ต่างตระหนักถึงเรื่องนี้ดี การเปิดระบบที่ให้ลูกค้า หรือ ผู้ใช้งานจริง มารีวิว หลังจากที่ได้ใช้งานไปแล้ว ทำให้ธุรกิจระดับโลกเหล่านี้ติดปีกขยายใหญ่โตได้อย่างมหาศาล

เราซึ่งเป็นธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็กก็ทำได้เหมือนกันค่ะ โดยการหลังจากที่มีคนซื้อสินค้าเราแล้ว เราควรติดต่อกลับไปสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเค้ารีวิวให้เราดี เราก็ควรขออนุญาต แคปเจอร์หน้าจอเค้าเก็บไว้เพื่อเป็น Reference ให้เราต่อ (การทำแบบนี้ยังมีผลดีต่อการสร้าง Royalty ให้ร้านค้าเราด้วยนะคะ เพราะมันแปลว่าเราใส่ใจเคา้ค่ะ มนุษย์ทุกคนชอบให้คนเห็นความสำคัญค่ะ :-)) ให้เราค่อยๆสะสมรีวิวของเราไปเรื่อยๆ จากที่มีเรามีแค่ 1 เราก็จะมี 10 แล้วก็มีถึงหลักร้อยเอง พอธุรกิจเรามีรีวิวเยอะขึ้น มันก็เหมือนกำแพงป้องกันคู่แข่งไปในตัว เราก็จะไม่กลัวเวลาที่มีคู่แข่งมาขายสินค้าแบบเดียวกับเรา เพราะตามนิสัยผู้บริโภคออนไลน์ ก็ย่อมอยากที่จะซื้อสินค้ากับร้านที่น่าเชื่อถือกว่า ตั้งมานานกว่า มีรีวิว หรือ มีคนซื้อมากกว่าอยู่แล้วค่ะ

ขั้นตอนที่ 12 ในการขายของออนไลน์ : มืออาชีพ คือ กุญแจทองสู่ความสำเร็จ

การขายสินค้าออนไลน์นั้น ด้วยความที่ลูกค้าก็ยังไม่เห็นสินค้า ไม่เคยรู้จักเรา แต่ต้องโอนเงินให้เราก่อน ความเป็นมืออาชีพนั้นจึงมีความสำคัญมาก

ความเป็นมืออาชีพที่ว่านั่นก็คือ การตอบข้อความลูกค้าอย่างรวดเร็ว คอนเฟิร์มออเดอร์ คอนเฟิร์มสินค้า และที่สำคัญ ส่งสินค้าให้ตรงเวลา เช่น ถ้าบอกกับลูกค้าว่า จะส่งวันนี้ก็คือวันนี้ การส่งพรุ่งนี้ ถือว่า ผิดคำพูด จะทำให้ร้านเราดูไม่น่าเชื่อถือ หรือ ถ้าเรามีเวลาน้อย เราต้องแจ้งไปเลยว่า เราตัดออเดอร์ตอนกี่โมง ถ้าไม่ทันจะต้องยกยอดไปส่งวันรุ่งขึ้น เพียงแค่นี้ลูกค้าก็จะรู้กฎในการสั่งสินค้าของเราแล้ว แล้วอาจทำให้ลูกค้าโอนเงินเร็วขึ้นด้วยค่ะ ถ้าอยากได้สินค้าเร็วขึ้น

สรุป การขายของออนไลน์นั้น เริ่มขาย…ไม่ยากเลยค่ะ แต่จะเอาให้ปัง เอาให้ดังนั้น ก็ไม่ใช่ว่าง่าย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็มีหนทาง และ กระบวนการทำเป็นขั้นตอนอยู่ เริ่มตั้งแต่การปรับทัศนคติ การจัดหาเวลา เตรียมเงินทุนให้พอ ศึกษาหาความรู้และเครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์ เช่น การสร้างเว็บไซต์ การสร้างเพจ การใช้ Line@ ศึกษาเรื่องการทำซื้อโฆษณาทั้งฝั่ง Google และ Facebook ฝึกทำ Content เก็บรีวิวของลูกค้า และ ทำงานอย่างมืออาชีพทำ เพียงแค่นี้การที่เราจะประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยค่ะ